BeinG-Love

 

 

      ชีวิตนักศึกษาเริ่มนับเวลาถอยหลังลงทุกวัน พอคิดว่าจะต้องไปจากที่เดิม ๆ ไปจากที่ฉันผูกพันก็ใจหายทุกที แต่ถ้าให้อยู่ซ้ำชั้นก็ไม่เอาหรอกนะ ชีวิตคนเราต้องเดินไปข้างหน้า จากนี้ไปต้องเริ่มต้นชีวิตในวัยทำงาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ทำงานเมื่อไหร่ คนตกงานทับถมกันปานภูเขา ต้องแก่งแย่งงานกันไม่เลือกหน้า สายวิชาที่เรียนมาถือว่าครอบคลุมหลายด้าน ด้านละเล็กละน้อย คล้าย ๆ เป็ดนั่นแหละ ทำได้หลายอย่างแต่จะให้ถนัดไปเลย คงสู้สายวิชาเอกนั้น ๆ ไม่ได้

 

      ณ ขณะเรียนฉันมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ทั้งเรียน เล่น รัก ครบวงจร ชีวิตวัยเรียนนี่แหละคุ้มค่าที่สุดแล้ว ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ฉันก็ดีใจที่เลือกให้ชีวิตเดินมาทางนี้ เดินมาสู่ที่นี่ ได้มาเรียนที่นี่ ได้พบสิ่งหนึ่งที่มีค่าในขณะอายุยี่สิบสองปี : )

 

      ก่อนหน้านี้ครอบครัวฉันบอกฉันว่า "ชีวิตที่ดีควรเรียนให้จบ หางานทำแล้วมีครอบครัวซะ พ่อกับแม่จะได้หมดห่วง

 

      ฉันบอกกับท่านเชิงหยอกเย้าว่า แต่งไปแล้วอาจห่วงกว่านี้ก็ได้นะ ถ้าเป็นอย่างนั้นพ่อกับแม่จะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาให้หนูมั๊ย"

 

      ชีวิตฉันนอกจากการเรียนแล้วก็มีแต่ความไร้สาระ กินนอนอยู่กับเสียงเพลง หนังสือ ศิลปะ เพ้อฝัน และคอมพิวเตอร์ มันทำให้ฉันมองไม่เห็นถึงความสุข ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับใครอย่างเป็นครอบครัว ... ฉันมีความสุขดีแล้วที่เป็นแบบนี้

 

      "ความสำเร็จของชีวิตอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบปริญญาเสมอไป ความรักก็คงเหมือนกัน มันคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ทั้งความสำเร็จของชีวิตและความรัก ปัจจัยหลักที่สำคัญมันอยู่ที่ความสุขต่างหาก"

 

      ความรักคือความเข้าใจ ฉันรักคนที่ เข้าใจ ว่าฉันเป็นแบบนี้ ไม่อยากแต่งงานแล้วต้องเลิก ไม่อยากมีปัญหาครอบครัว หรือเพิ่มภาระให้สังคม เพราะมีตัวเองเป็นต้นเหตุ ไม่อยากเอาอนาคตใครอีกคนมาล้อเล่นเพียงเพราะให้พ่อแม่สบายใจ ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้หรอก เคยคิดโทษตัวเองที่เป็นแบบนี้ แต่ฉันก็เลือกจะมีความสุขกับมัน เราหนีความจริงในสิ่งที่เราเป็นไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงแบบไหน

 

      เมื่อวันก่อนแม่บอกกับฉันว่า เรียนให้จบ หางานทำ ดูแลตัวเองได้แล้ว จะทำอะไรแม่ก็ไม่ห้าม ถ้าไม่อยากแต่งงาน ก็ดูแลตัวเองให้ได้ แม่อยากให้ลูกมีความสุข

 

      ฉันไม่คิดป่าวประกาศ หรือบอกคนรอบข้างว่าฉันจะไม่แต่งงานเพราะอะไร ฉันไม่ได้หนี ฉันยอมรับและรู้ดีว่าฉันเป็นของฉันแบบนี้ แต่จะเปิดเผยไปเพื่ออะไรหากมันจะทำให้วิถีการใช้ชีวิตของทั้งฉันและคนรักเปลี่ยนไป ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน... ที่ต้องอยู่ร่วมกับคนทั้งโลก

 

      อย่างที่ฉันเคยบอกไว้ที่นี่เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 2007 ว่าฉันต้องการคนรัก ไม่ใช่คนข้างกาย จนวันนี้ฉันก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่

 

      จุดมุ่งหมายในชีวิต คือการเรียนให้จบ ได้ใส่ชุดครุยให้แม่ดูอย่างที่แม่หวัง เป็นบัณฑิตที่ยืนถ่ายรูปข้างมหาบัณฑิตที่ฉันเคารพรัก ... ได้ทำงานที่ฉันรัก ได้พบพี่สาวคนที่คอยให้กำลังใจในชีวิตอยู่เสมอมา ตั้งใจเก็บเงินไว้ดูแลตัวเองยามอายุมากขึ้น และตลอดมานั้น ฉันขอให้คนที่ฉันรักอยู่ข้างใจฉันจนถึงวันนั้นด้วยเช่นกัน

 

      ส่วนเรื่องอาชีพการงานนั้น ไม่อยากวางแผนหรือหวังไว้มากหรอกนัก เพราะมันอาจเลือกไม่ได้อย่างที่ใจเราหวัง ก็แล้วแต่โอกาสจะเอื้อแล้วกันนะ

 

      วันนี้ฉันมีความสุขดีแล้ว อนาคตต่อไปจะเป็นยังไง มันคงขึ้นอยู่กับการทำวันนี้ให้ดีที่สุดนั่นแหละ จริงมั๊ยคะ

 

      ปล. สอบอีกหนึ่งวิชา ก็ยังเหลือโปรเจค และวิจัยต่ออีก .. บ่นมายาว ๆ เหมือนเรียนจบแล้วเลยเนอะ ^ ^ นี่แหละหนาอนาคตคน(จะ)ตกงาน

 

      ปล2. ก็วางแผนอนาคตไว้แบบนี้แหละ เวลาใครเขาถามจะได้ไม่ต้องตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน ไม่น่าฟังเลยสำหรับอนาคตของชาติ (บุ้ย ๆ ๆ)