BeinG-Emotions

เช้าวันเสาร์แม่มาบอกว่า “เอากล้องมายืมหน่อย จะไปถ่ายกล้วยไม้” แม่พากล้องดิจิตอลหายไปสักพัก ก็กลับมาบอกว่า “เอาลงคอมให้ดูหน่อย” ฉันก็ทำตามที่บอกแล้วก็พบว่า “เบลอทุกรูป แทบดูไม่ได้เลย” หญิงอายุ 45 ปี มือคงนิ่งไม่ได้อย่างใจหวัง ฉันจึงอาสาลุกจากโลกเทคโนโลยีสี่เหลี่ยม ไปเก็บภาพสวย ๆ มาให้ ปกติฉันไม่ค่อยชอบไปชื่นชมดอกไม้เท่าไหร่ เพราะฉันไม่ค่อยถูกกับกลิ่นดอกแรง ๆ จริง ๆ แล้วฉันไม่ค่อยชอบดอกไม้เท่าไหร่ ชอบใบเขียว ๆ มากกว่า สบายตาสบายใจกว่ากันเยอะ

            เดินดูทั่ว ๆ บ้านก็พบว่าดอกไม้และต้นไม้ต่าง ๆ ที่อำลาสายฝนเมื่อคืน สดชื่นน่าชมทีเดียว บางต้นเป็นแค่ต้นไม้พื้น ๆ ราคาถูก ๆ หาซื้อง่าย ๆ อย่างเช่น ดอกเข็ม ดอกชบา หรือแม้แต่ดอกของผักสวนครัว ถ้าเราตั้งใจมองในมุมดี ๆ มันก็อาจทำให้เราสดชื่นแบบประเมินค่าไมได้เช่นกัน

            ตอนเด็ก ๆ ผลของต้นเทียนทองนี้ ฉันเคยเด็ดมาเล่นบ่อย ๆ ด้วยการเอามาอุดไว้ที่ปากกระบอกปืนอัดลม ยิงแทนกระสุนพลาสติก เล่นสนุกจนโดนว่าหลายครั้ง ทั้งที่ยังค้านในใจว่า “ไม่ได้เสียเงินซื้อนี่นา” โดยที่ไม่เห็นใจคนปลูกเอาเสียเลย คุณค่าทางจิตใจสำหรับคนปลูกมีมากกว่าราคาลูกปืนอัดลมหลายเท่าเลยนะ

            ความสุขมีได้ทั่ว ๆ ไปอยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองมันบ้างหรือเปล่า ต้นไม้บ้านฉันก็เหมือนกัน ไม่ได้มีแค่มุมที่เห็นนี้เท่านั้นหรอกนะ ยังมีใบไม้ที่แมลงกัดแทะและแห้งเหี่ยว ยังมีดอกไม้ที่แห้งโรย และในวันข้างหน้าดอกไม้ต้นไม้ที่เห็นก็คงมีบั้นปลายชีวิตไม่ต่างกัน แต่วันนี้ทุกต้นทุกดอกต่างก็ทำหน้าที่ของตนอย่างดีจนวินาทีสุดท้าย นั้นคือ “การมีชีวิต”

วันก่อน ฉันกินชมพู่สีแดงสดในตู้เย็น และแม่มาบอกทีหลังว่า “อร่อยมั๊ย นั่นชมพู่ต้นหลังบ้านเรา” โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่า “ชมพู่ต้นนี้ ยืนต้นอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่” ขณะที่ฉันหมกมุ่นอยู่กับเทคโนโลยี ยังมีชายหญิงสองคนที่ไม่เพียงแต่อยู่ข้างกายฉัน แต่เขาสองคนยังทำให้ข้างกายฉันน่าอยู่เสมอมา

ขอบคุณครอบครัวของฉัน ซึ่งประกอบด้วย คุณพ่อ, คุณแม่, ฉัน, หมาดำตัวโต, หมาขาวตัวเล็ก, แม่แมวเหมียว, ลูกแมวเหมียว, และทุกอย่างรอบ ๆ กาย

“บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ”

ปล. ผลตรวจเลือดของเจ้าของบล็อกยังไม่ออกค่ะ หมอนัดผิดวัน - -"