ทัศนศึกษาที่เมืองเลย
posted on 14 Jan 2008 08:14 by being3blog in BeinG-Travel
และก็ได้มาเที่ยวเมืองเลย อีกครั้ง
ซึ่งครั้งที่ผ่านมาก็คือที่เดิม“สวนหินผางาม จ.เลย นั่นเอง”
ทัศนศึกษาท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา ดูธรรมชาติท่ามกลางแสงแดดอันแรงกล้าถ้าจะให้บอกจริง ๆ นะ
ฉันว่าธรรมชาติที่นี่ตอนนี้มันสู้เมื่อครั้งที่ฉันมาตอน ป.4 ไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลที่โลกร้อนขึ้น
งบโดนยัดลงท้องเจ้าหน้าที่ ความแห้งแล้ง
หรืออะไรก็ตาม ฉันก็มองว่ามันไม่สวยเหมือนเดิมเท่านั้นเองหรือเพราะ
ฉันมา 3 รอบแล้วกันละเนี่ยนี่แหละนะที่เค้าว่า“เห็นบ่อยนักก็มักจะไม่ประทับใจ”
มาครั้งนี้ไม่มีพ่อกับแม่ นึกไปก็สบายใจที่ไร้คนคุม แต่อีกใจก็คิดถึงเวลาเห็นอะไรสวย ๆ
ได้กินโค๊กเย็น ๆ อร่อย ๆ ยามเหนื่อย ก็คิดไปว่า
เอ.. พ่อกับแม่ทำอะไรอยู่นะและแม้จะรู้สึกอิสระเพียงใด ก็อดไม่ได้ที่จะโทรหาท่าน
ขบวนที่มาเป็นรถบัส 4 คัน สาขาอื่นด้วย ก็พวกที่ลงเรียนวิชาชีวิตและสิ่งแวดล้อมนี่แหละ
มีทั้งอาจารย์ที่สอนพวกเราและไม่ได้สอน
มีนักศึกษามากมายหลายร้อย
ส่วนมากก็เพิ่งเคยเห็นหน้าและแกงค์นักศึกษาหนุ่มเวียดนามหน้าตาดี
ที่พูดอะไรกันก็ไม่รู้ ฟังไม่ออก ฉันกับนุ๊กมารั้งท้ายเกือบไม่ทันรถ
ดีที่มีผู้หญิงเสียงทรงพลังอย่างตั๊กหาที่นั่งไว้ให้ได้เบาะที่นั่ง 3 คือฉันกับเพื่อน
ส่วนที่ถัดไปเป็นที่นั่ง 2 ที่ เป็นเพื่อนผู้หญิงสองคน
ที่เรียนด้วยกัน และฉันเคยถ่ายรูปเธอลงบล็อกแล้วครั้งนึง
ตอนที่เธอเป็นนางรำในงานประจำปีทุ่งศรีเมือง
และวันนั้นดูเหมือนเธอจะอายและรีบเดินหนีไป นั่งมาจนเกือบถึงที่หมาย
โออิชิ และโค๊กแทบไม่เย็นแล้วแต่ก็กินรถปีนเขาไม่ไหว พวกผู้ชายลงเดิน
แล้วพวกผู้หญิงบนรถก็คุยกันตามประสาแล้วสองสาวข้าง ๆ ก็หันมาคุยด้วย
แล้วก็คุยกันเป็นจริงเป็นจัง เรื่องทำงาน
นุ๊กทำงานพาร์ทไทม์และหนึ่งในนั้นก็สนใจงานเช่นกัน คุยกันรู้เรื่องเพราะเป็นขาเที่ยวเหมือนกัน
เพื่อนใหม่ที่ไม่เคยคุยกัน อย่างมาก็แค่เคยยิ้มให้ ชื่อเติ้ล และ จุ้ย
เรา 5 คนไปรวมกลุ่มเดียวกันและเพื่อนอีก 3 คน เดินทางไปกับไกด์ 1 คนไกด์ชื่อ พี่ยิ้ม
แต่หน้าไม่เคยยิ้ม แต่สามารถทำให้คนอื่นยิ้มได้เสมอที่เค้าเรียกกันว่า “ตลกหน้าตาย”
จุ้ยกับเติ้ล เอาร่มมาด้วย
ฉันเองก็กลัวแดดจึงมุดอยู่ใต้ร่มกับพวกเธอสนิทกันอย่างรวดเร็วประหนึ่งว่า
อยากรู้จักกันมานานแล้วฉันกับเพื่อนจะเป็นประเภทที่
ถ้าไม่เข้ามาหาคือเขม่นไว้ก่อนพอเป็นเพื่อนก็ค่อยว่ากันอีกที
ดังนั้นเพื่อนใหม่ของพวกเราจึงมักเป็นประเภทที่ต้องเขม่นกันก่อนถึงจะได้คบเอ๊ะ!!
รึเป็นวิธีรับน้องของพวกฉันกันล่ะเนี่ย
ตลอดระยะทางพวกฉันโดนอาจารย์ท่านอื่นกัดตลอดว่ามาเดินแบบมั่ง
พวกผิวดีมั่ง เพราะพวกฉันมีร่ม และดูเฮฮาเกินชาวบ้านชาวเมืองจึงมักเป็นเป้าสายตา
และพวกฉันก็เป็นประเภทไม่แคร์ใคร
“แคร์ใครที่ไหน แคร์แล้วจะบอก!!!”
จำสาวเสื้อชมพูท่าทางซุกคนนี้ได้มั๊ย คลิกเลย
เฮฮาบ้าได้ใจพวกฉันจริง ๆ เพื่อนใหม่คนเนี้ย
เมื่อก่อนเจอกันบ่อย ๆ ไปไหนก็เจอ จนพากันแซวเล่น ๆ ว่าเนื้อคู่รึเปล่าเจอกันบ่อยจิง
555+ ถ้าไม่มีทริปนี้ก็คงไม่มีเหตุผลที่ต้องคุยกันแหละ
นุ๊กกะตั๊กก็ตลกกันเหมือนเดิม ต้อนรับเพื่อนใหม่ด้วยความบ้า แบ้ว เช่นเคย
ส่วนฉัน เป็นหวัด น้ำมูกไหล ไม่ถูกกับอากาศในถ้ำเอาซะเลย
แทบตลอดทางฉันโดนชะนีเสื้อดำแก่กว่านางหนึ่งแทะเล็มด้วยสายตา
ไม่มั่นใจหรอกว่า มองเพราะกลุ่มฉันบ้าบอ หัวเราะได้ไม่หยุด
รึอะไรก็ตาม สายตาจะยิ้มก็ไม่ยิ้มนั่น หาเรื่องรึเปล่าว๊ะ!!
ฉันเดินนำหน้าเป็นส่วนมากเพราะต้องคอยถ่ายรูปชะนีซนเหล่านี้แล
หลายครั้งที่ต้องคอยดึงเพื่อนใหม่ รอรับชะนีที่ลอดถ้ำไม่ได้ เพราะกลัวลื่น
เตรียมพร้อมกันเหลือเกิน .. กับการใส่รองเท้าแตะมาปีนเขาเนี่ย !!!
โอ้ว!! ท่ามกลางชะนีดื้อทั้งสี่ตน แยกยากยิ่ง สาวไหนน่าปิ๊งสุด 555+
นุ๊กละมั๊ง หุหุหุ
....
ในหุบเขาและผืนป่าลำเนาไพร ฉันนั่งคิดฟุ้งซ่านระหว่างทาง
เพลงตลาดติดชาร์ทถูกเปิดมาในรถบัสตลอดทาง
จะมีคนคิดบ้างม๊ยว่าเพลงที่เปิดอยู่น่ะ มันยิ่งทำให้คิดไปเรื่อย
จบเพลงก็ถอนหายใจดัง...เฮ้อ!!
การศึกษาธรรมชาติและความครึกครื้นของสี่สาว ทำฉันยิ้มได้
ฉันอยากโยนอะไรรกสมองลงหุบเหวที่สุดแสนจะลึก
เหวี่ยงมันไปให้ไกลผ่านภูเขาสักสิบลูก
ผูกความทรงจำบางอย่างไว้ในเครือเถาวัลย์ยาวเฟื้อย
แต่ทำไม่ได้..
เห็นโปสการ์ดขายก็ดิ่งตรงไปซื้อทันใด กะจะส่งตอนนั้นเลยแต่ลืมเอาสมุดโน้ตสีดำเล่มที่จดที่อยู่เพื่อนไว้ มาด้วย และหวังว่าการลืมไว้ที่ผ่าน
แม่คงไม่บังเอิญมาเจอและเปิดอ่านหรอกนะ
ซื้อหมวกมีหูสีฟ้า ได้ยินมาตามทางคนอื่นเรียกฉันว่า “มิกกี้เมาส์”
ฉันก็ว่ามันน่ารักดี รึคนอื่นมองว่าตลกก็เถอะ
เพื่อนใหม่บอกว่าใส่ไว้ถ่ายรูปไม่ต้องถอดนะ น่ารักดี
ลืมบอกไปว่า เพื่อนใหม่ไม่กินผัก...
ฉันอยู่ใต้ร่มคันนั้นไม่ยอมห่าง ทำไมละ มีคนกางให้ด้วย ใครจะมองยังไงก็แล้วแต่
ฉันไมได้คิดอะไรกับเพื่อนใหม่
ถึงจะ... ก็เถอะนะ ... ช่างเหอะ .. เหนื่อย...
ฉันใส่หมวกนั้นตอนไปน้ำตกเพียงดิน เหนื่อยสุดก็ตอนนี้แหละ
รถบัสลงไปไม่ได้เพราะกลัวกลับขึ้นมาไม่ไหว ก็เลยให้นักศึกษาลงเดิน
สูงพอควรกับการเดินลงพอจะกลิ้งได้ ถ่ายรูปสมใจเดินกลับขึ้นมาก็เหมือนแบกช้างมาด้วย
ระยะทางสูงและเหมือนไกลซะมากมายกว่าตอนมาหลายเท่า
ตอนกลับก็หมดสภาพเหนื่อยขาลาก งีบหลับบนรถ ทำไมต้องงีบ
เพราะตั๊กเพื่อนรักเห็นบ่าฉันเป็นหมอนไปซะแล้ว
ก็หนักนะ แต่มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนงีบหลับไป
พอถึง ม. ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับ ตั๊กก็ให้แฟนมารอรับและเดินกลับบ้านพร้อมกัน
ทำเอาสองสาวที่เป็นเหมือนใหม่ ทำหน้าเหวอ ๆ ไม่กล้ามอง เพราะเพื่อนฉันเสียงใหญ่
สวยเอ๊กซ์ ยังกะสาวประเภทสอง มีแฟนเป็นทอมหล่อซะขนาดนั้น
นุ๊กกับเพื่อนใหม่สองคนรอพ่อเป็นเพื่อนฉัน และสองคนนั้นก็ไปส่งนุ๊กที่หอพัก
แยกย้ายกันด้วยการโบกมือลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
.....
จบทริปค่ะ เหนื่อยมาก ขาลากแล้ว ไร้คนนวด นวดเองก็ได้ว๊ะ









เดี๋ยวคิดดูก่อนละกัน
ไปเรียนล่ะ เดี๋ยวบ่าย ๆ จะตามไปหาเพื่อน ๆ นะจ๊ะ
คุยกะใครว๊ะเนี่ย
#1 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2008-01-14 08:36